กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

ข้อกำหนดจริยธรรมของกรมชลประทาน

21 พฤศจิกายน 2568

39

0

width=190

ข้อกำหนดจริยธรรมของกรมชลประทาน

พ.ศ. ๒๕๖๘

…………………………………………………………………………………… 

     โดยที่พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕ วรรคสี่ บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อกำหนดจริยธรรม เพื่อใช้บังคับกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในหน่วยงานเพิ่มเติมจากประมวลจริยธรรมให้เหมาะสมกับภารกิจที่มีลักษณะเฉพาะของหน่วยงานของรัฐนั้น ด้วยก็ได้

     กรมชลประทาน เป็นส่วนราชการที่มีภารกิจหลักเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำ และเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามศักยภาพของลุ่มน้ำให้เกิดความสมดุลบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ให้เพียงพอทั่วถึงและเป็นธรรม ป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำตามภารกิจอย่างเหมาะสม ตลอดจนเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาแหล่งน้ำ และการบริหารจัดการน้ำ ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประชาชนและประเทศชาตินั้น เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานต้องมีจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง หรือไม่ควรกระทำสิ่งใดและให้มุ่งผลประโยชน์ส่วนรวม เป็นที่ตั้งป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมอย่างเคร่งครัด

     อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ และข้อ ๑๒ ของระเบียบคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์ การจัดทำประมวลจริยธรรมข้อกำหนดจริยธรรม และกระบวนการรักษาจริยธรรมของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงจัดทำข้อกำหนดจริยธรรมกรมชลประทาน เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตน หรือไม่ควรประพฤติปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่ในกรมชลประทาน ดังต่อไปนี้

               ข้อ ๑ ข้อกำหนดจริยธรรมนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

               ข้อ ๒ ในข้อกำหนดจริยธรรมกรมชลประทานนี้

                   “ข้อกำหนดจริยธรรม” หมายความว่า ข้อกำหนดจริยธรรมกรมชลประทาน

                   “ผู้บังคับบัญชา” หมายความว่า ผู้บังคับบัญชาทุกลำดับชั้น

                   “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นใน กรมชลประทาน

              ข้อ ๓ เจ้าหน้าที่กรมชลประทานพึงปฏิบัติตนตามข้อกำหนดจริยธรรม และต้องไม่ฝ่าฝืนข้อกำหนดจริยธรรม ดังต่อไปนี้

                 ๓.๑ ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

          (๑) มีความจงรักภักดี เคารพ เทิดทูน และรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของประเทศ

                   (๒) น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการพัฒนาแหล่งน้ำ และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อการดำรงชีพและเกษตรกรรม

                   (๓) สนับสนุนและมีส่วนร่วมกับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อย่างถูกต้องครบถ้วนแล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งาน

                   (๔) สนับสนุนและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ วันสำคัญของชาติ และวันสำคัญทางศาสนาในโอกาสต่าง ๆ

             ๓.๒ ชื่อสัตย์ สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่

                   (๑) ปฏิบัติงานตามหลักวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ เพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำหรือกัก เก็บ รักษา ควบคุมส่งระบาย หรือจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร การพลังงาน การสาธารณูปโภค หรือการอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการชลประทานกฎหมายว่าด้วยการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                  (๒) สนับสนุนและมีส่วนร่วมในการป้องกันความเสียหายอันเกิดจากน้ำ ความปลอดภัยเขื่อนและอาคารประกอบและการคมนาคมทางน้ำที่อยู่ในเขตชลประทาน

                  (๓) ไม่สั่งราชการด้วยวาจาในเรื่องที่อาจเกิดความเสียหายแก่ราชการ

                  (๔) ไม่เรียกรับ หรือยอมรับของขวัญ ของกำนัล และผลประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่

                  (๕) รับผิดชอบงาน และไม่ปฏิบัติงานเพื่อหาผลประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เช่น รับจ้างช่วงงานจากคู่สัญญาหรือผู้รับเหมา หรือนำเครื่องมือเครื่องจักร เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้รับจ้าง

              ๓.๓ กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม

                  (๑) ยืนหยัดในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง คำร้องขอ หรือคำ หรืออิทธิพลใด ๆ ในการชักจูงให้กระทำผิด    หรือกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม

                   (๒) กล้าคัดค้านหรือโต้แย้งคำสั่งที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

                   (๓) ไม่ละเลยหรือไม่เพิกเฉยต่อการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการรวมทั้งเปิดเผยการทุจริตที่พบเห็นโดยไม่ปล่อยปละ

              ๓.๔ คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวและมีจิตสาธารณะ

                   (๑) ไม่ใช้เวลาราชการหรือทรัพย์สินของทางราชการเพื่อหาผลประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เช่น ใช้เวลาราชการทำงานให้บริษัทเอกชน หรือใช้วัสดุอุปกรณ์ของราชการเพื่อประโยชน์แก่ บริษัทเอกชน

                   (๒) ไม่อาศัยตำแหน่ง หรืออำนาจหน้าที่อิทธิพล หรือความสัมพันธ์จากที่เคยดำรงตำแหน่งในหน่วยงานแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง เครือญาติและพวกพ้อง เช่น ผู้ซึ่งพ้นจากราชการยังไม่ถึงสองปี ห้ามเข้าเป็นคู่สัญญาหรือการนำรถยนต์ราชการไปใช้เสมือนรถยนต์ส่วนตัว

                   (๓) ไม่รับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้นอกเหนือจากทรัพย์สิน หรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมายหรือโดยธรรมจรรยา

                   (๔) ไม่เสนอหรืออนุมัติโครงการ หรือกระทำการอื่นใดซึ่งตนเอง หรือบุคคลอื่นจะได้ประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายให้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

              ๓.๕ มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

                   (๑) แสวงหาความรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

                   (๒) มีการวางแผนในการปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบรวดเร็ว ทันต่อเวลาและสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลโดยใช้ทรัพยากรและงบประมาณอย่างประหยัดและคุ้มค่า

                   (๓) ปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่เกษตรกร และประชาชนได้รับเป็นหลักรวมทั้งตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกร  และประชาชน

                   (๔) เปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่เกษตรกรและประชาชนอย่างถูกต้องครบถ้วน โดยไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง เช่น ปริมาณน้ำ การระบายน้ำที่ส่งผลต่อพื้นที่เกษตรกรรม

              ๓.๖ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ

                   (๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสมอภาคความถูกต้องไม่นำความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือการมีอคติมาประกอบการใช้ดุลยพินิจ

                   (๒) ไม่กระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการช่วยเหลือ อุปถัมภ์ หรือเลือกปฏิบัติ อย่างไม่เป็นธรรม

                   (๓) เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการปฏิบัติงานด้านการชลประทาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ใช้น้ำและผู้รับบริการ

                   (๔) ไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือนำทรัพย์สินของทางราชการไปเอื้อประโยชน์ ให้ฝ่ายการเมือง หรือผู้หนึ่งผู้ใด 

              ๓.๗ ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี และรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ

                   (๑) ภาคภูมิใจในความเป็นเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ธำรงศักดิ์ด้วยความถูกต้องชอบธรรม อุทิศแรงกายแรงใจ เพื่อผลักดันภารกิจของหน่วยงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

                   (๒) ดำรงตนโดยน้อมนำพระบรมราโชวาท หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักธรรม ทางศาสนามาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่

                  (๓) ปฏิบัติต่อเกษตรกรและประชาชน หรือผู้ร่วมปฏิบัติงานด้วยความสุภาพ อ่อนน้อม ถ่อมตน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน

                  (๔) แต่งกายสุภาพเรียบร้อยให้เหมาะสมกับสถานที่ราชการ เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของกรมชลประทาน 

                  (๕) ไม่แสดงพฤติกรรม หรือกริยาอาการอันมีลักษณะใช้ความรุนแรง ละเมิดสิทธิของผู้อื่น รวมทั้งพฤติกรรมอันมีลักษณะเป็นการคุกคามทางเพศ

        ข้อ ๔ เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตนตามมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน และข้อกำหนดจริยธรรม โดยให้มีการบันทึกข้อมูลการรับทราบ และถือปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรมและข้อกำหนดจริยธรรมของเจ้าหน้าที่แต่ละคนไว้

                ข้อ ๕ กรณีเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรม ข้าราชการพลเรือน และข้อกำหนดจริยธรรม ให้มีการบันทึกข้อมูลการไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืน รวมทั้งพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เพื่อไปใช้ประกอบตามมาตรการทางการบริหารงานบุคคลต่อไป

                ข้อ ๖ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการกำกับดูแลให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดปฏิบัติตามข้อกำหนดจริยธรรม หากผู้ใดไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืนข้อกำหนดจริยธรรม ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการ ดังนี้

                   (๑) ว่ากล่าวตักเตือน

                   (๒) ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือ

                   (๓) สั่งให้ผู้นั้นได้รับการพัฒนา

                   (๔) ดำเนินการตามกระบวนการบริหารงานบุคคล

                   (๕) หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีมูลเป็นความผิดวินัยด้วยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการตามกฎหมายต่อไป

                                                                   ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘

style=font-family:

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง