21 พฤศจิกายน 2568
กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก เข้าสู่ระบบได้ที่นี่
หรือเข้าสู่ระบบผ่าน
หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก ลงทะเบียนได้ที่นี่
หรือเข้าสู่ระบบผ่าน



ปิดหน้าต่าง
ปิดหน้าต่าง
มีอีเมล์นี้ในระบบแล้ว
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
กรุณายืนยันอีเมลของท่าน เพื่อให้การสมัครสมาชิกเสร็จสมบูรณ์
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการส่งรหัสผ่านของคุณ
เรียบร้อยแล้ว
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านของคุณ
เรียบร้อยแล้ว
ปิดหน้าต่าง

ข้อกำหนดจริยธรรมของกรมชลประทาน
พ.ศ. ๒๕๖๘
โดยที่พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕ วรรคสี่ บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อกำหนดจริยธรรม เพื่อใช้บังคับกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในหน่วยงานเพิ่มเติมจากประมวลจริยธรรมให้เหมาะสมกับภารกิจที่มีลักษณะเฉพาะของหน่วยงานของรัฐนั้น ด้วยก็ได้
กรมชลประทาน เป็นส่วนราชการที่มีภารกิจหลักเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำ และเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามศักยภาพของลุ่มน้ำให้เกิดความสมดุลบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ให้เพียงพอทั่วถึงและเป็นธรรม ป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำตามภารกิจอย่างเหมาะสม ตลอดจนเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาแหล่งน้ำ และการบริหารจัดการน้ำ ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประชาชนและประเทศชาตินั้น เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานต้องมีจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง หรือไม่ควรกระทำสิ่งใดและให้มุ่งผลประโยชน์ส่วนรวม เป็นที่ตั้งป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมอย่างเคร่งครัด
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ และข้อ ๑๒ ของระเบียบคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์ การจัดทำประมวลจริยธรรมข้อกำหนดจริยธรรม และกระบวนการรักษาจริยธรรมของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงจัดทำข้อกำหนดจริยธรรมกรมชลประทาน เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตน หรือไม่ควรประพฤติปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่ในกรมชลประทาน ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อกำหนดจริยธรรมนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในข้อกำหนดจริยธรรมกรมชลประทานนี้
“ข้อกำหนดจริยธรรม” หมายความว่า ข้อกำหนดจริยธรรมกรมชลประทาน
“ผู้บังคับบัญชา” หมายความว่า ผู้บังคับบัญชาทุกลำดับชั้น
“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่นใน กรมชลประทาน
ข้อ ๓ เจ้าหน้าที่กรมชลประทานพึงปฏิบัติตนตามข้อกำหนดจริยธรรม และต้องไม่ฝ่าฝืนข้อกำหนดจริยธรรม ดังต่อไปนี้
๓.๑ ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(๑) มีความจงรักภักดี เคารพ เทิดทูน และรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของประเทศ
(๒) น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการพัฒนาแหล่งน้ำ และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อการดำรงชีพและเกษตรกรรม
(๓) สนับสนุนและมีส่วนร่วมกับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อย่างถูกต้องครบถ้วนแล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งาน
(๔) สนับสนุนและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ วันสำคัญของชาติ และวันสำคัญทางศาสนาในโอกาสต่าง ๆ
๓.๒ ชื่อสัตย์ สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่
(๑) ปฏิบัติงานตามหลักวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ เพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำหรือกัก เก็บ รักษา ควบคุมส่งระบาย หรือจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร การพลังงาน การสาธารณูปโภค หรือการอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการชลประทานกฎหมายว่าด้วยการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๒) สนับสนุนและมีส่วนร่วมในการป้องกันความเสียหายอันเกิดจากน้ำ ความปลอดภัยเขื่อนและอาคารประกอบและการคมนาคมทางน้ำที่อยู่ในเขตชลประทาน
(๓) ไม่สั่งราชการด้วยวาจาในเรื่องที่อาจเกิดความเสียหายแก่ราชการ
(๔) ไม่เรียกรับ หรือยอมรับของขวัญ ของกำนัล และผลประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่
(๕) รับผิดชอบงาน และไม่ปฏิบัติงานเพื่อหาผลประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เช่น รับจ้างช่วงงานจากคู่สัญญาหรือผู้รับเหมา หรือนำเครื่องมือเครื่องจักร เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้รับจ้าง
๓.๓ กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
(๑) ยืนหยัดในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง คำร้องขอ หรือคำ หรืออิทธิพลใด ๆ ในการชักจูงให้กระทำผิด หรือกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม
(๒) กล้าคัดค้านหรือโต้แย้งคำสั่งที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
(๓) ไม่ละเลยหรือไม่เพิกเฉยต่อการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการรวมทั้งเปิดเผยการทุจริตที่พบเห็นโดยไม่ปล่อยปละ
๓.๔ คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวและมีจิตสาธารณะ
(๑) ไม่ใช้เวลาราชการหรือทรัพย์สินของทางราชการเพื่อหาผลประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เช่น ใช้เวลาราชการทำงานให้บริษัทเอกชน หรือใช้วัสดุอุปกรณ์ของราชการเพื่อประโยชน์แก่ บริษัทเอกชน
(๒) ไม่อาศัยตำแหน่ง หรืออำนาจหน้าที่อิทธิพล หรือความสัมพันธ์จากที่เคยดำรงตำแหน่งในหน่วยงานแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง เครือญาติและพวกพ้อง เช่น ผู้ซึ่งพ้นจากราชการยังไม่ถึงสองปี ห้ามเข้าเป็นคู่สัญญาหรือการนำรถยนต์ราชการไปใช้เสมือนรถยนต์ส่วนตัว
(๓) ไม่รับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้นอกเหนือจากทรัพย์สิน หรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมายหรือโดยธรรมจรรยา
(๔) ไม่เสนอหรืออนุมัติโครงการ หรือกระทำการอื่นใดซึ่งตนเอง หรือบุคคลอื่นจะได้ประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายให้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
๓.๕ มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
(๑) แสวงหาความรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย
(๒) มีการวางแผนในการปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบรวดเร็ว ทันต่อเวลาและสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลโดยใช้ทรัพยากรและงบประมาณอย่างประหยัดและคุ้มค่า
(๓) ปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่เกษตรกร และประชาชนได้รับเป็นหลักรวมทั้งตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกร และประชาชน
(๔) เปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่เกษตรกรและประชาชนอย่างถูกต้องครบถ้วน โดยไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง เช่น ปริมาณน้ำ การระบายน้ำที่ส่งผลต่อพื้นที่เกษตรกรรม
๓.๖ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
(๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสมอภาคความถูกต้องไม่นำความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือการมีอคติมาประกอบการใช้ดุลยพินิจ
(๒) ไม่กระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการช่วยเหลือ อุปถัมภ์ หรือเลือกปฏิบัติ อย่างไม่เป็นธรรม
(๓) เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการปฏิบัติงานด้านการชลประทาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ใช้น้ำและผู้รับบริการ
(๔) ไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือนำทรัพย์สินของทางราชการไปเอื้อประโยชน์ ให้ฝ่ายการเมือง หรือผู้หนึ่งผู้ใด
๓.๗ ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี และรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ
(๑) ภาคภูมิใจในความเป็นเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ธำรงศักดิ์ด้วยความถูกต้องชอบธรรม อุทิศแรงกายแรงใจ เพื่อผลักดันภารกิจของหน่วยงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย
(๒) ดำรงตนโดยน้อมนำพระบรมราโชวาท หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักธรรม ทางศาสนามาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่
(๓) ปฏิบัติต่อเกษตรกรและประชาชน หรือผู้ร่วมปฏิบัติงานด้วยความสุภาพ อ่อนน้อม ถ่อมตน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
(๔) แต่งกายสุภาพเรียบร้อยให้เหมาะสมกับสถานที่ราชการ เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของกรมชลประทาน
(๕) ไม่แสดงพฤติกรรม หรือกริยาอาการอันมีลักษณะใช้ความรุนแรง ละเมิดสิทธิของผู้อื่น รวมทั้งพฤติกรรมอันมีลักษณะเป็นการคุกคามทางเพศ
ข้อ ๔ เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตนตามมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน และข้อกำหนดจริยธรรม โดยให้มีการบันทึกข้อมูลการรับทราบ และถือปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรมและข้อกำหนดจริยธรรมของเจ้าหน้าที่แต่ละคนไว้
ข้อ ๕ กรณีเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรม ข้าราชการพลเรือน และข้อกำหนดจริยธรรม ให้มีการบันทึกข้อมูลการไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืน รวมทั้งพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เพื่อไปใช้ประกอบตามมาตรการทางการบริหารงานบุคคลต่อไป
ข้อ ๖ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการกำกับดูแลให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดปฏิบัติตามข้อกำหนดจริยธรรม หากผู้ใดไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืนข้อกำหนดจริยธรรม ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการ ดังนี้
(๑) ว่ากล่าวตักเตือน
(๒) ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือ
(๓) สั่งให้ผู้นั้นได้รับการพัฒนา
(๔) ดำเนินการตามกระบวนการบริหารงานบุคคล
(๕) หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีมูลเป็นความผิดวินัยด้วยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการตามกฎหมายต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณสำหรับการแจ้งเตือนข้อผิดพลาด
ทางหน่วยงานจะรีบทำการปรับปรุงเพื่อการให้บริการที่ดีขึ้น
กรุณาลองส่งอีกครั้งหรือสักพัก เพื่อทำการส่งใหม่
ทางหน่วยงานขออภัยในความไม่สะดวก
ปิดหน้าต่าง
ระบบได้ดำเนินการยกเลิกรับข่าวสารสำเร็จ
ปิดหน้าต่าง
กรุณาตรวจสอบข้อมูลและลองใหม่อีกครั้ง
ปิดหน้าต่าง